ฮักสโตน

hagstone

 

ฮักสโตน (Hag Stone) หรือ หินแม่มด มีหลายชื่อเรียก เช่น โฮเลย์สโตน (Holey Stone), หินตาทิพย์ (Seeing Stone) เป็นต้น

ฮักสโตนป็นหินที่มีรูทะลุตรงกลาง ซึ่งเกิดจากแรงกัดเซาะของน้ำตามธรรมชาติ และไม่ว่าจะเกิดด้วยความบังเอิญหรือไม่ แต่รูปลักษณ์แสนมหัศจรรย์นี้ก็ทำให้มีความเชื่อลึกลับมากมายตามมา

Hag Stone

ฮักสโตนคืออะไร ? 

ฮักสโตน (Hag Stone) ถือเป็นวัตถุศักดิ์สิทธิ์ที่ควรค่าแก่การเคารพบูชา

หลายวัฒนธรรม โดยเฉพาะในแถบยุโรปและอเมริกาเหนือ เชื่อว่าฮักสโตนมีคุณสมบัติทางเวทมนตร์ และเป็นประตูสู่อาณาจักรหรือมิติอื่น ๆ ที่อยู่คู่ขนานกับโลกมนุษย์ของเรา

เช่น ในบางส่วนของสกอตแลนด์และไอร์แลนด์ เชื่อว่าฮักสโตนมีคุณสมบัติป้องกันและรักษา ในบางวัฒนธรรมของแอฟริกา เชื่อว่าฮักสโตนเกี่ยวข้องกับการบูชาบรรพบุรุษและใช้ในการทำนาย

เกาะทะลุ จังหวัดระยอง

(ภาพเกาะทะลุ จังหวัดระยอง ในประเทศไทย
เป็นความงดงามที่เกิดขึ้นจากน้ำทะเลกัดเซาะจนเกิดเป็นโพรงหินขนาดใหญ่
น่าคิดว่า นี่อาจจะเป็นประตูมิติที่เหล่าภูตใช้ข้ามมายังโลกมนุษย์ก็ได้นะ)

ถ้าจะกล่าวโดยสรุป ฮักสโตนถูกใช้เพื่อวัตถุประสงค์ด้านความเชื่อต่าง ๆ ดังนี้

  • เพื่อป้องกันอันตราย
    เชื่อว่าการพกหรือสวมใส่ฮักสโตนจะเป็นเครื่องรางป้องกันวิญญาณชั่วร้าย พลังงานด้านลบ และไสยศาสตร์มนตร์ดำ
  • เพื่อทำนายทายทัก
    เชื่อว่าฮักสโตนสามารถใช้ในการทำนายได้ โดยผู้ทำนายจะมองลอดรูตรงกลางหิน เพื่อดูนิมิต หรือรับข้อความจากโลกวิญญาณ
  • เพื่อรักษาสรรพโรค
    บางวัฒนธรรมมีการนำฮักสโตนมาใช้ในการแพทย์แผนโบราณด้วย เพื่อรักษาโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ

hagstone

  • เพื่อเสริมโชคให้หนุนหนัก
    เชื่อกันว่าฮักสโตนจะนำความโชคดี ความมั่งคั่ง และความอุดมสมบูรณ์มาสู่ผู้ที่ครอบครอง
  • เพื่อพิทักษ์แม้ยามฝัน
    เชื่อว่าหากวางฮักสโตนไว้ใต้หมอนหรือใกล้เตียง จะช่วยให้เรารู้ตัวในความฝันและควบคุมฝันได้ (Lucid dream) รวมถึง ยังช่วยให้ถอดจิตได้ด้วย
  • เพื่อประจันทั้งสองตา
    บางวัฒนธรรมยังกล่าวด้วยว่า รูกลางฮักสโตนทำหน้าที่เป็นหน้าต่างหรือช่องส่องวิญญาณ เมื่อมองลอดรูกลางหินแล้ว จะทำให้มนุษย์มองเห็นวิญญาณ เห็นมิติทับซ้อนอื่น ๆ และสามารถสื่อสารกับพวกเขาในมิตินั้น ๆ ได้

จะเกิดอะไรขึ้น เมื่อมองผ่านฮักสโตน ?

ความเชื่อเรื่องการใช้ฮักสโตนเป็นหินส่องวิญญาณ ยังปรากฏในหนังสือ วรรณกรรม และภาพยนตร์มากมาย เช่น

เรื่อง ตำนานสไปเดอร์วิก (The Spiderwick Chronicles)
เขียนโดย โทนี ดิเตอร์ลิซซี (Tony DiTerlizzi) และ ฮอลลี แบล็ก (Holly Black)

เวอร์ชันภาพยนตร์กำกับโดย มาร์ค วอเตอส์ (Mark Stephen Waters) นำแสดงโดย อัลเฟรด โธมัส ไฮมอร์ (Alfred Thomas Highmore) และ ซาราห์ โบลเจอร์ (Sarah Bolger)

ตำนานสไปเดอร์วิกเป็นเรื่องราวของสามพี่น้องตระกูลเกรซ มีพี่สาวคนโต มัลลอรี (Mallory Grace) และสองฝาแฝด ไซมอน (Simon Grace) กับ จาเร็ด (Jared Grace) ได้ย้ายมาพักที่บ้านของ ป้าทวดลูซินดา สไปเดอร์วิก (Lucinda Spiderwick)

เรื่อง ตำนานสไปเดอร์วิก (The Spiderwick Chronicles) เขียนโดย โทนี ดิเตอร์ลิซซี (Tony DiTerlizzi) และ ฮอลลี แบล็ก (Holly Black)

(เรื่อง ตำนานสไปเดอร์วิก (The Spiderwick Chronicles)
เขียนโดย โทนี ดิเตอร์ลิซซี (Tony DiTerlizzi) และ ฮอลลี แบล็ก (Holly Black))

ที่นั่นพวกเขาได้พบ ธิมเบิลแท็ก (Thimbletack) ภูตบราวนี (Brownie) ประจำบ้าน และได้พบคัมภีร์ลึกลับที่ อาร์เธอร์ สไปเดอร์วิก (Arthur Spiderwick) คุณทวดของพวกเขาได้จดบันทึกเรื่องราวของเหล่าภูตไว้

Bauerstroll

(บันทึกเกี่ยวกับเหล่าภูตเผ่าพันธุ์ต่าง ๆ
ของ อาร์เธอร์ สไปเดอร์วิก (Arthur Spiderwick))

ซึ่งคัมภีร์ลึกลับนี้เอง ที่นำพาพวกเขาสู่การผจญภัย และการค้นพบเหล่าภูตตามตำนานต่าง ๆ ซึ่งอาศัยอยู่รอบบริเวณบ้าน

โดยในเรื่องนี้ สามพี่น้องไม่สามารถมองเห็นเหล่าภูตต่างมิติได้ ธิมเบิลแท็กจึงมอบ ศิลาตาทิพย์ (Seeing Stone) ที่อาเธอร์ค้นพบให้กับจาเร็ด เพื่อจะได้มองเห็นเหล่าภูตในมิติทับซ้อน

อาร์เธอร์ สไปเดอร์วิก (Arthur Spiderwick) กับหินตาทิพย์ที่ทำให้มองเห็นเหล่าภูตได้

(อาร์เธอร์ สไปเดอร์วิก (Arthur Spiderwick)
กับ หินตาทิพย์ (Seeing Stone) ที่ทำให้มองเห็นเหล่าภูตได้)

จาเร็ด (Jared Grace)

(จาเร็ด (Jared Grace) ใช้หินตาทิพย์เพื่อให้มองเห็น
เหล่าก็อบลิน (Goblin) ที่จับตัวไซมอนไว้
โดยมี ฮ็อกสกวีล (Hogsqueal) ฮ็อบก็อบลิน (Hobgoblin)
ที่ถูกพวกก็อบลิน (Goblin)จับตัวมาด้วยเช่นกันช่วยวางแผนอยู่ข้าง ๆ)

อีกเรื่องหนึ่งที่โด่งดังไม่ต่างกันคือ เรื่อง คอรัลไลน์ (Coraline) เขียนโดย นีล เกแมน (Neil Gaiman) กำกับภาพยนตร์โดย เฮนรี เซลิค (Henry Selick)

เรื่อง คอรัลไลน์ (Coraline) เขียนโดย นีล ไกแมน (Neil Gaiman) กำกับภาพยนตร์โดย เฮนรี เซลิค (Henry Selick)

(เรื่อง คอรัลไลน์ (Coraline) เขียนโดย นีล เกแมน (Neil Gaiman)
กำกับภาพยนตร์โดย เฮนรี เซลิค (Henry Selick))

เรื่องราวของเด็กหญิง คอรัลไลน์ โจนส์ (Jones) ที่ได้ย้ายไปอยู่ในอะพาร์ตเมนต์ใหม่กับพ่อแม่ผู้ไม่ค่อยจะสนใจเธอนัก
คอรัลไลน์ฆ่าเวลาทั้งวันให้หมดไปด้วยการออกสำรวจโลกรอบ ๆ อะพาร์ตเมนต์ จนไม่มีอะไรให้สำรวจแล้ว พ่อเลยออกอุบายให้เธอเปลี่ยนมาสำรวจในบ้านแทน

นี่เป็นจุดเริ่มต้นให้เธอค้นพบประตูลึกลับบานหนึ่ง มันนำพาเธอไปยังมิติทับซ้อนอีกด้าน ที่ซึ่งมีพ่อกับแม่ตาเป็นกระดุมคอยเอาอกเอาใจ และตะล่อมให้เธอมาอยู่กับพวกเขา โดยการเปลี่ยนลูกตาให้เป็นกระดุมเหมือนกัน

เรื่อง คอรัลไลน์ (Coraline) เขียนโดย นีล ไกแมน (Neil Gaiman) กำกับภาพยนตร์โดย เฮนรี เซลิค (Henry Selick)

(คอรัลไลน์กำลังเดินทางข้ามไปยังมิติลี้ลับหลังบานประตู)

เมื่อคอรัลไลน์รู้ทัน แม่ผู้ลึกลับคนนั้นก็เริ่มแสดงธาตุแท้ที่ดุร้ายราวกับปีศาจออกมา

แม้คอรัลไลน์จะหวาดกลัว แต่ก็ต้องพยายามแสดงออกว่ากล้าหาญ เพื่อช่วยเหลือดวงวิญญาณเด็ก ๆ ที่ถูกหลอกล่อมาเช่นกัน รวมถึงช่วยชีวิตพ่อแม่ที่แท้จริงของเธอให้ได้

เรื่อง คอรัลไลน์ (Coraline) เขียนโดย นีล ไกแมน (Neil Gaiman) กำกับภาพยนตร์โดย เฮนรี เซลิค (Henry Selick)

หนึ่งในฉากที่เกี่ยวข้อง เป็นตอนที่คอรัลไลน์ยื่นข้อเสนอเล่นเกมตามหาพ่อแม่ที่แท้จริงกับคุณแม่ผู้ลึกลับ

คอรัลไลน์ได้ใช้ประโยชน์จากฮักสโตนที่ได้รับมาจากเพื่อนบ้านในอะพาร์ตเมนต์ ส่องตามหาพ่อกับแม่จนพบ

coraline

นอกจากนี้ ด้วยอำนาจของฮักสโตน หินได้เผยให้คอรัลไลน์เห็นสภาพที่แท้จริงของโลกลึกลับที่เธอถูกมนตร์สะกดบังตาไว้ด้วย ทำให้เธอเห็นสภาพที่แท้จริงว่ามันไม่ได้สวยงามอย่างที่คิด

coraline

จะตามหาฮักสโตนได้ที่ไหน ?

รูที่กลางก้อนหินเกิดจากแรงกัดเซาะของน้ำ ดังนั้น หากต้องการตามหาฮักสโตน ก็ต้องไปตามหาในที่ที่มีแหล่งน้ำตามธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นแม่น้ำ ลำธาร น้ำตก หรือมหาสมุทร

หินแม่มด

สิ่งสำคัญคือ ฮักสโตนนั้นหายากมาก และไม่ใช่หินทุกก้อนที่มีรูตรงกลางจะถือเป็นฮักสโตน

เพราะรูนั้นต้องเกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติ ไม่ใช่โดยการสร้างขึ้น
อีกทั้ง หากใครก็ตามที่ได้ครอบครองฮักสโตนไว้ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้หินด้วยความเคารพและระมัดระวัง เพราะหลายวัฒนธรรมถือว่าฮักสโตนเป็นวัตถุศักดิ์สิทธิ์อันทรงพลัง

ถ้าคุณต้องการครอบครองฮักสโตนแต่ไม่สามารถหาฮักสโตนในธรรมชาติได้ด้วยตนเอง คุณก็สามารถซื้อจากร้านค้าหิน หรือร้านค้าที่เชี่ยวชาญด้านเครื่องมือทางจิตวิญญาณและเวทมนตร์ได้

แต่อย่างไรก็ตาม ต้องศึกษาและตรวจสอบดี ๆ ก่อนนะว่าเป็นแหล่งที่เชื่อถือได้จริง ๆ
เพื่อให้แน่ใจว่า ฮักสโตนนั้นมาจากธรรมชาติจริง ๆ ไม่ใช่ถูกสร้างขึ้น

หินแม่มด

เพราะไม่รู้ ยิ่งต้องเคารพ !

โดยรวมแล้ว ฮักสโตนมีมูลค่าสูงและหายากมาก เนื่องมาจากคุณสมบัติที่เปี่ยมไปด้วยมนต์ขลังทรงพลัง และยังคงเป็นที่ต้องการของผู้ที่สนใจเรื่องลึกลับ คาถา และการฝึกฝนทางจิตวิญญาณรูปแบบต่าง ๆ อย่างยิ่งยวด

ความมหัศจรรย์ของฮักสโตนเป็นความเชื่อส่วนบุคคล ที่แตกต่างกันไปตามวัฒนธรรม ส่งผลให้มีการใช้งานฮักสโตนที่ต่างกันด้วย

แม้ความเชื่อลึกลับของเรื่องนี้จะยังไม่มีข้อพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ แต่อย่างไรผู้ครอบครองก็ควรปฏิบัติต่อฮักสโตนด้วยความเคารพ

เพราะไม่แน่ว่า ฮักสโตนอาจจะมีอำนาจลึกลับที่เชื่อมโยงกับโลกวิญญาณจริง ๆ ก็ได้
ถ้าไม่แน่ใจ… ก็เคารพเพื่อความปลอดภัยไว้ก่อนจะดีกว่า

Hag Stone

 

*

มีหลายครั้งที่ฉันดูหนังหรืออ่านหนังสือ และพบว่าหลาย ๆ เรื่องราวมีการพูดถึงอำนาจศักดิ์สิทธิ์ของฮักสโตน

ก็สงสัยมานับแต่นั้นว่าไอ้เจ้าหินชนิดนี้มันคืออะไรกันนะ

พอได้ศึกษาหาข้อมูลแล้ว ก็พบว่าเป็นอีกหนึ่งความเชื่อที่น่าสนใจมาก ๆ เลยค่ะ แถมยังค้นพบอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยให้มองเห็นเพื่อนต่างโลกได้แล้วด้วย ^^

แต่ไม่ว่าฮักสโตนนี้จะช่วยให้เห็นได้จริงหรือไม่ก็ตาม อย่างน้อยก็น่าสนุกที่ได้ค้นพบเครื่องรางศักดิ์สิทธิ์จากธรรมชาติใหม่อีกชิ้นนะ

 

มาลินทร์,แม่มดฝึกหัด

-บรรณารักษ์-

*

บรรณานุกรม

Tony DiTerlizzi, Holly Black. (2547). The Spiderwick Chronicles. [ตำนานสไปเดอร์วิก]. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพมหานคร : เนชั่นบุ๊คส์ 

Neil Gaiman. (2559). Coraline. [คอรัลไลน์]. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพมหานคร : Words Wonder Publishing

Katriona McMillan. (2021). The Scottish Hagstone : A Holey Stone with a Protective Purpose. สืบค้นจาก : www.thestonecircle.co.uk

 

Loading

ผู้เขียน

  • Malyn

    แม่มดฝึกหัดตัวน้อย ผู้หลงใหลในเรื่องลึกลับสุดหัวใจ

    View all posts