เจ้าหญิงแห่งสายลม

เจ้าหญิงแห่งสายลม

กาลครั้งหนึ่ง ณ ป่าสาบสูญ

เจ้าหญิงแห่งสายลมตัวน้อยได้ถือกำเนิดขึ้นมาโดยไม่มีรูปร่างหน้าตา เธอชอบพเนจรไปทั่วผืนป่า หยอกล้อกับก้อนเมฆขาว และชอบหมุนตัวเร็ว ๆ จนใบไม้แห้งมึนหัว

วันหนึ่งเจ้าหญิงแห่งสายลมได้ลอยเล่นมาจนถึงทุ่งดอกไม้บานสะพรั่ง กลิ่นดอกไม้หอมฟุ้งจนเหล่าผึ้งและผีเสื้อยังอดใจไม่ไหว ผึ้งบางตัวเกลือกกลิ้งอยู่กลางเกสร เนื้อตัวมอมแมมไปด้วยละอองสีเหลือง

ผึ้งเกสรดอกไม้

เจ้าหญิงแห่งสายลมก็หลงใหลความหอมหวานเช่นกัน จึงลอยลงไปทักทายผึ้งน้อยตัวหนึ่งว่า
“สวัสดีจ้ะ ดอกไม้นี้หอมเหลือเกิน”

แต่ผึ้งน้อยมองไม่เห็นเจ้าหญิงแห่งสายลม เขาตกใจร้องว่า “โอ๊ะ ! นั่นเสียงใครน่ะ”
เจ้าหญิงแห่งสายลมตอบว่า “ฉันเอง ฉันคือเจ้าหญิงแห่งสายลมไง”
ผึ้งน้อยจึงค่อยหายตกใจลงได้ พลางตอบว่า “อ้อ สายลมน่ะเอง ใช่แล้วล่ะ ดอกไม้นี้หอมเพราะผืนดินอุดมสมบูรณ์ไงเล่า”

ดอกไม้ได้ยินอย่างนั้นก็แย้งขึ้นมาว่า “ใช่แค่ผืนดินที่ไหนกัน เพราะน้ำและแสงตะวันเพียงพอด้วยต่างหาก ฉันถึงมีน้ำหวานให้เธอกิน”
ผึ้งได้ยินอย่างนั้นก็พยักหน้าหงึกหงัก “อย่างนี้นี่เอง น้ำกับผืนดิน และแสงตะวันนี่ดีจริง ๆ”

เจ้าหญิงแห่งสายลมได้ยินอย่างนั้นก็สงสัย “พวกเขาคือใครกันหนอ”
ผึ้งตอบว่า “นี่ไงเล่าผืนดิน” พลางชี้ไปที่ผืนดินสีน้ำตาล
“นั่นไงเล่าสายน้ำ” พลางชี้ไปยังลำธารใกล้ ๆ
“โน่นไงเล่าดวงตะวัน” เขาชี้ไปยังลูกไฟสีส้มเหลืองผู้รักสันโดษกลางฟากฟ้า

ดอกไม้ถามต่อว่า “ว่าแต่เธอคือใครกันหนอ ทำไมเราถึงมองไม่เห็น”
ผึ้งตอบ “ก็สายลมไงเล่า”
เจ้าหญิงแห่งสายลมรู้สึกน้อยใจขึ้นมา “ฉันก็อยากจะมีตัวตนเหมือนกันนะ !” แล้วก็ลอยลิ่วขึ้นฟ้าหายลับไป

เจ้าหญิงแห่งสายลมลอยลิ่ว สูงงงงง ขึ้นไปไม่หยุด
สูงงงงง ขึ้นไปจนพบดวงตะวันที่กำลังหลับกลางวันอยู่
สูงงงงง ขึ้นไปจนพบหมู่ดาวที่กำลังร้องเพลงประสานเสียงในห้วงอวกาศ
กระทั่ง สูงงงงง จนถึงปราสาทแก้วของเทพเจ้า

เจ้าหญิงแห่งสายลมเคาะประตู ก๊อก ๆ ไม่ทันไรประตูก็เปิดออก เธอรีบลอยลิ่วเข้าไปหาท่านเทพทันที

“สวัสดีจ้ะ” เจ้าหญิงแห่งสายลมร้องทัก
เทพเจ้าได้ยินแต่เสียง กลับมองไม่เห็นตัวก็สะดุ้งโหยง “นั่นเสียงใครน่ะ !”
เจ้าหญิงแห่งสายลมชักน้อยใจยิ่งกว่าเดิม “ฉันเอง ฉันคือเจ้าหญิงแห่งสายลมไง”
เทพเจ้าจึงค่อยหายตกใจลงได้ พลางตอบว่า
“อ้อ สายลมน่ะเอง มาหาฉันถึงที่นี่ มีธุระอะไรหนอ”

เจ้าหญิงแห่งสายลมอ้อนวอน “ฉันอยากมีตัวตนบ้าง เหมือนกับผืนดิน สายน้ำ และดวงตะวัน ท่านเทพได้โปรดมอบพรให้ฉันเถิด”
เทพเจ้าได้ยินดังนั้นก็ถามว่า “ทำไมกันหนอ”

เจ้าหญิงแห่งสายลมตอบ “เพราะผืนดิน สายน้ำ และดวงตะวันมีตัวตน มีคนชมชอบ และทำให้ดอกไม้เบ่งบานได้”
เทพเจ้าตอบ “แต่สายลมก็ทำได้เหมือนกันนี่นา…”

เทพเจ้ายังพูดไม่ทันจบเจ้าหญิงแห่งสายลมก็ร้องไห้งอแงเสียงดังลั่น
จนในที่สุดเทพเจ้าก็ทนรำคาญไม่ไหว “ก็ได้ ๆ เราจะให้เธอสมปรารถนาก็แล้วกัน”
เจ้าหญิงแห่งสายลมหยุดโวยวายทันที ว่าแล้วเทพเจ้าก็มอบพรให้แก่เธอ

มนตราศักดิ์สิทธิ์เกิดประกายสีทองระยิบระยับเหมือนผงแฟรี่ ลอยละล่องมาล้อมรอบกายเจ้าหญิงแห่งสายลม

ลมศักดิ์สิทธิ์ลอยไปหอบดินมาปั้นเป็นรูปร่าง ลอยไปหอบน้ำมาเป็นสายเลือด ลอยไปหอบไฟมาเป็นความอบอุ่น และสายลมนั้นก็เริ่มระบบให้ร่างกายทำงาน

ทันใดนั้นกายหยาบก็ก่อกำเนิดขึ้น เจ้าหญิงแห่งสายลมปรากฏตัวอีกครั้งในร่างเด็กสาวหน้าตาจิ้มลิ้ม ผิวพรรณผ่องใส เธอดีใจมากจนยิ้มไม่หุบ แล้วเทพเจ้าก็มาส่งเธอยังป่าสาบสูญดังเดิม

เจ้าหญิงแห่งสายลม

เมื่อสายลมมีรูปร่าง สายลมกลางผืนนภาก็พลันหายไป อากาศก็ร้อนอบอ้าวอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

แต่เจ้าหญิงแห่งสายลมกลับมัวแต่เดินเล่นไปทั่วผืนป่าด้วยสองเท้าคู่ใหม่อย่างสบายใจ ทักทายกระรอกแปลกหน้า และเก็บผลไม้ป่ามากิน ครั้นกินจนอิ่มก็เดินไปดื่มน้ำริมธาร

ในตอนนั้นเอง ก็สังเกตเห็นอะไรบางอย่าง

ที่ริมธาร มีผึ้งน้อยที่เธอเคยพบมาก่อนหน้านี้นอนแน่นิ่งอยู่ เจ้าหญิงแห่งสายลมตกใจมาก รีบเข้าไปประคองขึ้นมา

เมื่อเห็นว่าผึ้งน้อยยังหายใจ ก็ช่วยวักน้ำมาเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้ เมื่อเห็นว่าผึ้งน้อยหายใจลำบาก ก็เสกสายลมแผ่วเบามาช่วยให้ผ่อนคลาย

ไม่ทันไรผึ้งน้อยก็ได้สติฟื้นคืนมา

ผึ้งน้อยถาม “เธอคือใครกัน”
เจ้าหญิงแห่งสายลมตอบ “ฉันเอง ฉันคือเจ้าหญิงแห่งสายลมไง”
ผึ้งน้อยตกใจ “โอ้ ! สายลมหน้าตาน่ารักอย่างนี้เชียวหรือ ขอบคุณที่ช่วยฉันนะสายลม วันนี้อากาศร้อนอบอ้าวเหลือเกิน เพราะอะไรกันหนอ”

เจ้าหญิงแห่งสายลมได้ยินดังนั้นก็ตอบว่า “อากาศอบอ้าวเพราะไม่มีสายลมไงเล่า”
ผึ้งน้อยซึ้งใจมาก ตอบว่า “สายลมนี่ดีจริง ๆ เลย”
ว่าแล้วเจ้าหญิงแห่งสายลมก็อาสาพาผึ้งน้อยไปส่งที่รังอย่างปลอดภัย

เมื่อส่งผึ้งน้อยเสร็จ ใกล้ ๆ รังของผึ้งน้อย เจ้าหญิงแห่งสายลมได้ยินโนมส์ตนหนึ่งบ่นอุบว่า
“วันนี้ผ้าที่ตากไว้ไม่ยอมแห้งเลย เพราะอะไรกันหนอ”

เจ้าหญิงแห่งสายลมได้ยินดังนั้นก็ตอบว่า “ผ้าไม่แห้งเพราะไม่มีสายลมไงเล่า”
ว่าแล้วก็เสกลมสายหนึ่งมาช่วยเป่าผ้าให้โนมส์จนแห้งสนิทอย่างรวดเร็ว

โนมส์ซึ้งใจมาก ตอบว่า “ขอบคุณมาก ๆ นะ สายลมนี่ดีจริง ๆ เลย”

โนมส์ตากผ้า

เจ้าหญิงแห่งสายลมได้รับคำขอบคุณถึงสองครั้งสองคราก็อิ่มใจมาก จากนั้นจึงเดินเล่นต่อ จนมาพบกับเหล่าคุณแม่แดนดิไลออนแสนเศร้าเข้า

เจ้าหญิงแห่งสายลมเห็นก็ทักทายขึ้นว่า “สวัสดีจ้ะ ทำไมพวกเธอดูทุกข์ใจนัก”
คุณแม่แดนดิไลออนต้นหนึ่งตอบว่า “สวัสดีจ้ะ เราทุกข์ใจเพราะลูก ๆ ออกไปผจญภัย และเติบโตในโลกกว้างไม่ได้”
เจ้าหญิงแห่งสายลมสงสัย “หืม เพราะอะไรกันหนอ”
คุณแม่แดนดิไลออนตอบว่า “เพราะไม่มีสายลมไงเล่า ถ้าไม่มีสายลม แดนดิไลออนจะเดินทางเพื่อเติบโต และเบ่งบานอย่างงดงามได้อย่างไร”
ได้ยินดังนั้นเจ้าหญิงแห่งสายลมก็ดีใจมาก ในที่สุดก็มีคนคิดถึงเธอแล้ว และได้รู้ว่า สายลมก็ช่วยขยายพันธุ์ดอกไม้ได้ด้วยเช่นกัน

ทันใดนั้น ร่างมนุษย์ของเจ้าหญิงแห่งสายลมก็ระเบิด ปุ๊ง !

กลับกลายเป็นกลุ่มควันสีขาวเลือนราง ก่อนจะค่อย ๆ จางหาย และกลายเป็นสายลมไร้รูปร่างดังเดิม
เหล่าคุณแม่แดนดิไลออนมองไม่เห็นสายลมแล้ว ได้ยินแต่เสียงหัวเราะร่าอย่างชื่นบาน

เจ้าหญิงแห่งสายลมบอกว่า “ขอบคุณจริง ๆ ที่คิดถึงฉัน ฉันคือเจ้าหญิงแห่งสายลม ฉันจะช่วยนำทางให้ลูก ๆ ของพวกเธอเอง”

ว่าแล้วสายลมอ่อนโยนก็พัดพาลูกน้อยของเหล่าคุณแม่แดนดิไลออนขึ้นสูงไปสู่ฟ้า ได้ยินเสียงขอบคุณลอยแว่วมาจากพื้นล่าง

เจ้าหญิงแห่งสายลมพาเหล่าแดนดิไลออนน้อยลอยข้ามท้องทุ่งแห่งดอกไม้บานสะพรั่ง ผ่านหมู่ผีเสื้อใจดีที่กำลังอวดปีกงดงาม ผ่านท่านเทพเจ้าที่นั่งดื่มชาอยู่บนก้อนเมฆ เขายังขยิบตาให้เธอกับเหล่าแดนดิไลออนน้อยทีหนึ่งด้วย

ก่อนสายลมจะหยุดลง ณ ทุ่งกว้างแห่งหนึ่ง ที่ซึ่งปลอดภัยมากพอจะให้เด็ก ๆ ได้เติบโตอย่างแข็งแรงงดงาม

ดอกแดนดิไลอ่อน

เจ้าหญิงแห่งสายลมไม่น้อยใจที่ไม่มีรูปร่างอีกแล้ว เพราะในที่สุด สายลมก็ค้นพบคุณค่าในตนเองที่เป็นประโยชน์กับทุกคน คอยรักษาสมดุลย์ให้ธรรมชาติ แม้จะไม่มีใครมองเห็นสายลมก็ตาม แต่สายลมก็ยังคงอยู่เสมอ

และคุณจะสัมผัสเธอได้ ยามเมื่อเธอพัดผ่าน และฝากจุมพิตไว้ที่หน้าแก้มคุณแผ่วเบา

*

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า : ทุกสิ่งทุกอย่างในธรรมชาติ ทุกคน และทุกงาน ล้วนต้องพึ่งพาอาศัยกันทั้งสิ้น ดังนั้นยิ่งต้องใจดี เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อกันให้มาก และกล่าวขอบคุณทุกครั้งที่มีโอกาสนะคะ

*

หลังจากได้คีย์เวิร์ดว่า ‘เจ้าหญิงแห่งสายลม’ มาจากมิสเตอร์โกสต์ ฉันก็คิดอยู่นานว่าจะเขียนเรื่องราวของเธอยังไงดีนะ

แต่จะว่าไป ฉันก็ไม่รู้จักสายลมเลยนี่นา สายลมหน้าตาเป็นยังไง เป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย สายลมชอบทำอะไรบ้าง ฉันคิดอย่างนี้เพราะอยากจะรู้จักสายลมมากขึ้นค่ะ

แล้วในตอนนั้นเองก็รู้สึกว่า ขณะที่เรารู้จักดิน น้ำ และไฟ แต่มองข้ามลมมาโดยตลอด สายลมคงน้อยใจแย่เลย ทั้ง ๆ ที่สายลมน่ะ อยู่เคียงข้างโลกใบนี้มาเสมอแท้ ๆ

ในที่สุด จึงได้เกิดเป็นเรื่องราวของเจ้าหญิงแห่งสายลมนี้ขึ้นมาค่ะ

และขณะที่เขียนบรรทัดสุดท้ายจบ สายลมที่พัดมาสัมผัสฉัน ก็ราวกับว่า ฉันได้มองเห็นเธอผ่านผิวกายนี้ไปแล้วค่ะ

มาลินทร์, แม่มดฝึกหัด– บรรณารักษ์ –

Loading

ผู้เขียน

  • Malyn

    แม่มดฝึกหัดตัวน้อย ผู้หลงใหลในเรื่องลึกลับสุดหัวใจ

    View all posts